หลายครั้งที่ได้ยินข่าวคราวของเด็กวัยรุ่นยกพวกตีกัน ตามล้างแค้นคู่อริต่างสถาบัน
ใช้อาวุธรุนแรง ทั้งปืนผาหน้าไม้ ของมีคมเช่น มีด ดาบ เข้าทำร้ายร่างกายกันจนถึงขั้นเสียชีวิต
และหดหู่มากกว่าเมื่อได้รับรู้ว่าบุคคลที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว
บ่อยครั้งที่โดนลูกหลงเป็นชาวบ้านธรรมดาหลายต่อหลายคนต้องมารับเคราะห์กรรม
เป็นบุคคลที่บริสุทธิ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความบาดหมางผิดใจกันของวัยรุ่นเลือดร้อนพวกนี้เลยแม้แต่น้อย
ปัจจุบันข้าพเจ้าพักอยู่ที่หอพักในซอยจรัญสนิทวงค์ 84/1
และบ่อยครั้งที่ต้องเดินทางผ่านไปยังเขตบางซื่อ สะพานพระรามเจ็ด และบริเวณถนนวงศ์สว่าง
สถานที่ที่มักจะเกิดเหตุการณ์ล้างแค้นด้วยเลือดบ่อย ๆ โดยเฉพาะในตอนกลางคืนเช่นนี้
ที่ขาโจ๋จะกลับมาจากร้านเหล้าและบังเอิญเจอกันบนท้องถนนหรือแม้กระทั่งในร้านสะดวกซื้อ
จนเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ยกพวกรุมทำร้ายคู่อริหรือเข้าตะลุมบอนกัน
สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก
ในเรื่องความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน หลายครั้งรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
แม้กระทั่งตำรวจเองก็ไม่กล้าที่รีบจะเข้าไปช่วยระงับเหตุ
เพราะวัยรุ่นพวกนี้เลือดขึ้นหน้าแล้วไม่มีทางที่จะสนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน
คิดแต่แค่ว่าตนไม่พอใจและต้องการที่จะทำร้ายคู่กรณีให้ถึงที่สุด
นักเรียนเหล่านี้จะไม่เกรงกลัวกฎหมาย มีการยกพวกเข่นฆ่ากันได้เกือบทุกวัน
ทั้งหมดนี้ตำรวจก็ตั้งประเด็นอยู่แค่ว่าคู่อริตามล้างแค้น ศพแล้วศพเล่าต้องสังเวยเพราะคู่อริตามล้างแค้น
แต่เหตุไฉนตำรวจไทยจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้เลยสักคดีทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคู่อริของแต่ละสถาบันนั้นเป็นโรงเรียนใด
หรือปัญหาต่างสี ต่างสถาบัน ต้องเป็นทำเนียมที่รุ่นพี่สอนรุ่นน้องตกทอดไปเรื่อย
หวังเพื่อเอาเลือดของต่างสถาบันมาลบล้างกันอีกยาวนาน
เกิดเป็นปัญหาสังคมที่ฝังรากและรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์
เพียงเพราะเครื่องแบบ หัวเข็มขัด ตราสัญญาลักษณ์ที่แตกต่างกัน
ต้นตอของความขัดแย้งอยู่ที่ใดก็ไม่อาจมีคำตอบได้และเป็นปัญหาที่สะสมมายาวนาน
แต่เมื่อเจอกันถึงแม้จะไม่รู้จักกันไม่มีความโกรธแค้นเป็นส่วนตัว
แต่เพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นสถาบันคู่อริก็ถึงขั้นฆ่าฟัน ทำร้ายกันจนเสียชีวิต
ศพแล้วศพเล่าที่ต้องสังเวยชีวิตเพราะคมกระสุน คมมีดดาบ
แม้ทางราชการจะพยายามปราบปรามก็ไม่สามารถทำให้ปัญหานี้ยุติลงได้
ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ปัญหาของสังคมไทยปัจจุบันที่ยังไม่สามารถทำให้หมดสิ้นไปได้
ปัญหาวัยรุ่นตีกันนั้นมีมานานแสนนานแล้ว ทุกคนได้สัมผัสและซึมซับมันมาตั้งแต่วัยเด็ก
โดยส่วนตัวแล้วข้าพเจ้าจะโทษใครไม่ได้เลย หากจะกล่าวโทษใคร ก็ต้องเป็นค่านิยมในการรักพวกพ้องผิด ๆ
ซึ่งมันก็มีมาทุกสถาบัน แต่หนักเบาคงจะต่างกันไป เป็นระบบอุปถัมภ์ที่ผิด ๆ
เป็นค่านิยมผิด ๆ ที่ปลูกฝังกันมา ว่า "พวกเราต้องดีที่สุด"
ในความคิดของเด็กช่างกลก็คงจะมีเพียงคำนี้ที่ว่า ข้าต้องแน่ ข้าต้องเจ๋งกว่าคนอื่น
สิ่งเหล่านี้เป็นบทพิสูจน์ชีวิตของลูกผู้ชาย ค่านิยมนี้ไม่ได้มีแต่กับเด็กวัยรุนที่มีอารมณ์รุนแรง
แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่โชคร้ายที่บางคนยังยึดถือค่านิยมนี้ไปตลอดชีวิต
และไม่เคยจะละเลยโอกาสที่จะยัดเยียดอุดมการณ์ชั่วร้ายเหล่านี้ให้แก่เด็กน้อย
รวมไปถึงกับสิ่งที่รุ่นพี่ในสถาบันต่าง ๆ ได้มอบเรื่องราวความบาดหมาง
ปลูกฝังความเกลียดชังให้กับรุ่นน้อง ให้ไปเป็นทอด ๆ
อีกประการหนึ่งก็คือการเห็นภาพยนตร์หรือละครต่าง ๆ ที่นำเสนอให้เห็นถึงการชกต่อย
ทำร้ายร่างกายกัน หรือฆ่ากัน ก็เป็นที่ชื่นชอบของวัยรุ่นทั้งหลาย
ซึ่งนั่นจะทำให้วัยรุ่นมีนิสัยชอบใช้กำลังในการแก้ปัญหา แม้แต่การพูดจาไม่เข้าหู
มีการพูดจาเสียดสีกัน เรื่องการแย่งชิงคนรัก จนเกิดความโกรธแค้นจนไม่มีใครยอมใคร
และเกิดความอาฆาตพยาบาทต่อบุคคลที่ทำให้ตนเองไม่พอใจ
ตัวอย่างที่มีให้เห็นกันมาตลอดว่าบทสรุปนั้นจบอย่างไร
โจ๋บางคนได้เข้าไปศึกษาต่อยังสถานกักกันต่าง ๆ บ้างก็หาที่เล่าเรียนใหม่ด้วยความหวาดวิตก
ไม่กล้าแม้นแต่จะคิดเข้าเรียนในโรงเรียนที่เคยเป็นโรงเรียนคู่อริ
ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันจะจำหน้ากันได้หรือไม่ บ้างก็ต้องหลบหนีคดีที่ติดมาจากโรงเรียนเดิม
กว่าจะหมดอายุความก็หมดอายุอนาคตไปด้วยเช่นกัน
บางครั้งพ่อแม่ก็ต้องมาสูญเสียลูกหลานของตัวเอง
ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยเรียนเพื่ออนาคตข้างหน้าไปก่อนวัยอันควร
ปัญหาเด็กวัยรุ่นยกพวกตีกันเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในช่วงระยะเปิดภาคเรียนใหม่ของทุกปี
เราจะสังเกตได้ว่ามักมีข่าวคราวนักเรียนช่างกล ยกพวกตะลุมบอนตามป้ายรถเมล์ บนรถเมล์ หรือตามที่สาธารณะ
เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจมีชาวบ้านมาได้รับผลกระทบโดนลูกหลงอยู่เป็นประจำเหตุการณ์
นักเรียนนักศึกษายิงกันหรือยกพวกตีคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ความเป็นนักศึกษาของไทยว่ามีเกรดที่ไม่ดี
หากนักศึกษายกพวกตีนึกถึงจิตใจของพ่อแม่บ้างว่าถ้ายกพวกตีไปแล้วและเกิดได้ รับบาดเจ็บ
พ่อแม่จะรู้สึกเสียใจแค่ไหน พ่อแม่เลี้ยงมาจนโตอยากให้ลูกเรียนหนังสือมีความรู้ไม่ใช่ไปยกพวกตีกัน
จึงอยากฝากสถาบันการศึกษาเข้มงวดระเบียบวินัยของนักศึกษาให้มากขึ้น
ถึงแม้จะไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาอย่างถาวรแต่ก็ลดปริมาณการยกพวกตีของนักศึกษาไทยได้
หากสถาบันต่าง ๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการควบคุมอย่างเข้มงวดในเรื่องระเบียบวินัยของนักศึกษา
ก็อาจเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้การแก้ไขปัญหานี้เริ่มต้นแก้ไขอย่างจริงจังได้
เพราะบางสถาบันยังไม่มีความเข้มงวดในเรื่องของระเบียบนักศึกษาสักเท่าไร
ยังคงเห็นนักศึกษาพกอาวุธมาเรียน และสอนเรื่องจริยธรรมให้เรียนรู้ถึงแก่นความเป็นคนการให้อภัย
เพราะถ้าเกิดไปมีเรื่องกับต่างสถาบันจะได้มีความรู้สึกจิตสำนึกให้อภัยต่อกัน
ในส่วนสังคมก็ต้องมาร่วมมือกันแก้ปัญหาให้สภาพแวดล้อมของสังคมดีขึ้น
หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐและเอกชน ควรมีส่วนร่วมเสมอ
ในการออกกฎเกณฑ์หรือมาตรการที่ชัดเจนให้การป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงเหล่านี้ให้ลดลง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น