ความพร้อมของ นักศึกษา
หรือ มหาวิทยาลัย ที่ควร “เตรียม”
การเรียนในระบบการเรียนกลุ่มใหญ่ ร่วมกับระบบ E-learning ตามหลักสูตรแห่งการปฏิรูปการเรียนรู้ เป็นแนวคิดหลักของหลักสูตรวิชาศึกษาทั่วไปหรือที่รู้จักกันว่าวิชา GE
โดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะการเรียนรู้จากคณาจารย์ผู้ชำนาญการ
และเรียนรู้ด้วยตนเอง E-learning ที่จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับตัวนักศึกษา
ที่จะนำประสบการณ์การเรียนรู้ไปใช้กับศาสตร์สาขาวิชาต่าง ๆ ที่นักศึกษาสนใจได้ตามอัธยาศัย
ซึ่งก็หมายความว่าทุกรายวิชาที่นักศึกษาถูกจัดให้เรียนในแต่ละภาคการศึกษา
ก็คือการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะออกไปใช้ชีวิตในสังคมใหญ่
เป็นวิชาที่เป็นความรู้พื้นฐานทั่วไปของนักศึกษาทุกคน
และเป็นวิชาที่เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาทุกคน
แต่เมื่อเกิดคำถามจากนักศึกษามากมายที่ได้เรียนในหมวดวิชานี้
คำถามที่เป็นข้อสงสัยว่าเรียนแล้วได้อะไร เข้าใจบทเรียนจริง ๆ หรือไม่
และปัญหาในด้านของสถานที่ในการจัดการเรียนการสอนหรือปัญหาของการเลื่อนตารางเรียนแล้ว
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าวิชา GE ขาดความพร้อมที่จะเปิดการเรียนการสอนแก่นักศึกษา
ผู้เขียนได้รับฟังความเห็นจากนักศึกษาที่มีผลกระทบมาหลายคน
ผู้เขียนได้รับฟังความเห็นจากนักศึกษาที่มีผลกระทบมาหลายคน
บางคนบ้านไกลแต่ก็ต้องอยู่เรียนในเวลา 17.00 – 20.00 น. กว่าจะถึงบ้านก็ดึกดื่น
เวลาที่แจ้งในตารางเรียนก็โดนเลื่อนบ่อยครั้ง บางครั้งเลื่อนไปเรียนวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์
เพื่อนที่รู้จักกันก็มีธุระที่จะไปโบสถ์ในวันอาทิตย์เนื่องจากเป็นคริสต์เตียน
รุ่นน้องปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาเรียนก็รู้สึกสับสน และปรับตัวสำหรับการเรียนในระบบมหาวิทยาลัยยังไม่ได้
แถมจะต้องมาเรียนตอนเย็น เหมือนเป็นนักศึกษาภาคค่ำ
ยังไม่นับการบริการจากเจ้าหน้าที่ประจำสำนักวิชาการศึกษาทั่วไปและนวัตกรรมการเรียนรู้
อิเล็กทรอนิกส์ที่มาดูแลในห้องประชุมสุนันทานุสรณ์อีก นักศึกษาเข้าห้องเรียนแต่งตัวไม่สุภาพ
ใส่รองเท้าไม่หุ้มส้นหรือนุ่งกางเกงยีนส์เข้าไม่ได้ แต่นักศึกษาหญิงบางคนใส่กระโปรงสั้น
โดยการนำเอาชุดนักศึกษามาทำให้กลายเป็นแฟชั่น ไม่ติดเข็มสัญลักษณ์ ไม่มีกระดุม
บางคนก็เข้าได้ กลายเป็นมาตรฐานไม่เท่ากัน
บางครั้งนักศึกษามาสอบถามข้อสงสัยในรายวิชาก็ไม่มีเหตุผลให้
เมื่อเป็นไปในลักษณะนี้นานเข้าก็ทำให้ขาดความเคารพซึ่งกันและกัน
ระหว่างเจ้าหน้าที่และตัวนักศึกษาเอง
และเมื่อสอบถามถึงสาเหตุการเลื่อนเวลาเรียนจากตารางบ่อย ๆ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้เหตุผลว่า
การเลื่อนตารางต่าง ๆ เกิดจากการที่มีรายวิชาเพิ่มขึ้น
และมีจำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้นตามจำนวนชั้นปีจึงทำให้วัน – เวลาในการใช้สถานที่มีจำกัด
จึงจำเป็นที่จะต้องเลื่อนการเรียนการสอนไปในบางคาบเรียน
เมื่อมีเหตุผลมาให้อย่างชัดเจนขนาดนี้แล้ว แม้แต่เด็กปีหนึ่งที่เข้ามาใหม่
ก็ยังต้องเกิดข้อกังขาเลยทันทีว่า ใช้แค่ห้องประชุมสุนันทานุสรณ์ซึ่งเป็นห้องเรียนอย่างเดียว
แต่จำนวนนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยจัดตารางอย่างไรก็ไม่เพียงพอ
และยังไม่รวมถึงการที่จะขอใช้ห้องประชุมในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ได้
ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่ทำงานในฝ่ายประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย
ก็ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ถึงแม้ตนจะทำงานให้กับมหาวิทยาลัย
แต่ก็พูดได้เลยว่า ระบบมันยังไม่พร้อม มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ก็มีวิชาพวกนี้เหมือนกัน
แต่ว่าอาจจะเรียกไม่เหมือนกัน มหาวิทยาลัยเราที่จัดให้เรียนกลุ่มใหญ่
ก็เพราะคณะอาจารย์ต่างที่จะมาสอนใน วิชาศึกษาทั่วไปนั้น
ส่วนใหญ่ก็มาจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
เสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นวิชาพื้นฐาน
การที่จะจัดสอนให้แก่ทุกสาขาวิชาในมหาวิทยาลัยก็เป็นไปได้ยาก
เป็นการเพิ่มคาบสอนให้แก่อาจารย์อีก จึงจัดสอนแบบกลุ่มใหญ่
หลายสาขา หรือทั้งคณะก็แล้วแต่การจัดตาราง
แต่มหาวิทยาลัยอื่นนั้นมีตึกสำหรับเรียนแบบกลุ่มใหญ่เลย กี่ห้องกี่ชั้นก็ว่ากันไป
ส่วนมหาวิทยาลัยเราใช้แค่ห้องประชุมสุนันทานุสรณ์แค่ห้องเดียว
นักศึกษาก็ตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสามปีสี่ เวลาเรียนมันก็ไม่พอ และเมื่อย้อนมาดูตัวนักศึกษาแล้ว
โดยเฉพาะปีหนึ่งที่เพิ่งจบจากชั้นมัธยม ศึกษามา ห้องเรียนหนึ่งแค่ 40 – 50 คน
ยังไม่ตั้งใจเรียนเลย นับประสาอะไรกับห้องเรียนหลายร้อยคน
เข้าห้องไปก็ถือแค่ว่ามาสแกนบัตรนักศึกษาเอาคะแนนการเข้าชั้นเรียนเพียงแค่นั้น
ในคาบเรียนก็คุยกัน ไม่ฟังอาจารย์บรรยาย ความรู้จริง ๆ ก็คงไม่ได้
โดยส่วนตัวแล้วจากที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเรียนมาตั้งแต่ภาคเรียนที่หนึ่งของชั้นปีที่หนึ่งเรื่อยมา
ภาคการศึกษาละ 2 วิชา ก็เห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาของระบบการทำแบบฝึกหัดออนไลน์ และระบบส่งงานอีกด้วย
เนื่องจากในกลุ่มเรียนมีนักศึกษามากเกินไป
แล้ววิชาที่ถือว่าเป็นการเตรียมพื้นฐานความรู้ให้แก่นักศึกษาก็ไม่ได้ประโยชน์จริง ๆ เสียที
เนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างของมหาวิทยาลัยที่เป็นข้อจำกัดไปเสียหมด
และสิ่งแรกที่ผู้เขียนสัมผัสได้ชัดเจนก็คือความพร้อมของมหาวิทยาลัยเองนั่นแหละ
หากมหาวิทยาลัยคิดจะเปิดสอนวิชา GE ที่มีแนวการสอนที่ทันสมัยแล้วล่ะก็
หากมหาวิทยาลัยคิดจะเปิดสอนวิชา GE ที่มีแนวการสอนที่ทันสมัยแล้วล่ะก็
มหาวิทยาลัยก็ควรจะพร้อมในเทคโนโลยีการบริการและสถานที่ให้มากกว่านี้
เมื่อทางมหาวิทยาลัยยังไม่พร้อมขนาดนี้ นักศึกษาที่เป็นผู้รับจะได้ประโยชน์ไปแค่ไหน
มันจะคุ้มหรือไม่ที่เสียงบประมาณค่าจัดพิมพ์หนังสือ ทำเว็บไซต์หรือแม้แต้ค่าจ้างเจ้าหน้าที่
หมวดการเรียนวิชาศึกษาทั่วไปนี้ มีประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่ายทั้งนักศึกษา
อาจารย์ผู้สอนรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่ดูแล แต่ระบบมันควรจะดีกว่านี้สักหน่อย
ผู้เขียนได้ยินมาว่าในภาคการศึกษาหน้าอาจจะมีการปรับห้องเรียน
โดยอาจจะให้เรียนในห้องใหญ่ของตึกตามคณะต่าง ๆ
และมีการถ่ายทอดวิดีโอคอนเฟอเรนซ์การบรรยายของอาจารย์
และด้านหลังของโรงอาหารก็มีการรื้อถอนเตรียมการก่อสร้างตึกขึ้นมาใหม่
โดยคาดว่าอาจจะสร้างเป็นหอประชุมเพิ่มเติม
ตัวผู้เขียนในฐานะที่เป็นนักศึกษาคนหนึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการแก้ปัญหาจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
และวิชาการศึกษาทั่วไปเพื่อเตรียมความพร้อมของนักศึกษา จะพร้อมจริง ๆ เสียที
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น